ขับรถระยะรันอิน รถใหม่ป้ายแดงทำอย่างไร?

ขับรถระยะรันอิน รถใหม่ป้ายแดงทำอย่างไร? การรันอิน คือ การปรับสภาพชิ้นส่วนต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทางโดยเฉพาะชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ จำเป็นต้องได้รับการรันอินที่เหมาะสม ในช่วง 0 – 1,000 กิโลเมตรแรก โปรประกันมีวิธีการรันอินสำหรับรถใหม่ มาแนะนำครับ 1. อุ่นเครื่องยนต์ก่อนเสมอ ห้ามสตาร์ตและออกรถทันทีควรรอให้ไฟเตือนต่างๆ ดับหมดก่อน 2. หลีกเลี่ยงการออกตัวอย่างรุนแรง ถ้าให้ดีควรใช้รอบเครื่องยนต์ไม่เกิน 4,000 รอบ หรือใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. 3. การเดินทางไกล สามารถทำได้ แต่ไม่ควรเหยียบแช่คันเร่งให้ความเร็วคงที่นานเกินไป ควรเปลี่ยนความเร็วทุก 5 นาที โดยใช้ความเร็วให้อยู่ในช่วง 90 – 120 กม./ชม. 4. ระหว่างเดินทางไกล ควรหยุดพักทุกๆ 2 ชั่วโมง และปล่อยให้เครื่องยนต์เดินเบา ประมาณ 10 – 15 วินาที ก่อนดับเครื่องเพื่อพักรถ เมื่อครบระยะ 1,000 กิโลเมตรแรก ต้องเข้าไปที่ศูนย์เพื่อตรวจเช็กสภาพ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และอะไหล่อื่นๆ ทันที  เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์…

โดนขโมยล้อรถยนต์ แบบนี้เคลมได้ไหม?

โดนขโมยล้อรถยนต์ แบบนี้เคลมได้ไหม? สามารถเคลมได้นะครับ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หมวดความคุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้นั้น ให้ความคุ้มครองการสูญหายของรถยนต์คันที่เอาประกันภัย ไม่ว่าจะสูญหายทั้งคันหรือแค่เพียงส่วนใดของรถยนต์ รวมถึงอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ ของรถ ที่เกิดจากการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์ ด้วย ดังนั้นหากรถเพื่อนๆ โดนขโมยล้อ และได้ทำประกันภัยชั้น 1,2 และ 2 พิเศษ สามารถเคลมกับบริษัทประกันภัยได้ตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์นะครับ ภาพจาก :: manager.co.th

รถเกิดเหตุคนขับไม่มีใบขับขี่ ประกันภัยจะรับผิดชอบหรือไม่!

รถเกิดเหตุคนขับไม่มีใบขับขี่ ประกันภัยจะรับผิดชอบหรือไม่! ทราบกันหรือไม่ครับว่า? ถึงแม้รถยนต์คันดังกล่าวจะทำประกันภัยรถยนต์ไว้ แต่หากเกิดอุบัติเหตุและผู้ขับขี่ไม่มีใบขับขี่ บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบหรือไม่อย่างไร? แยกเป็น 2 กรณีดังนี้ครับ กรณีที่เป็นฝ่ายถูก บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบค่าซ่อมรถให้กับรถเราก่อน หลังจากนั้นจะไปเรียกร้องความเสียหายดังกล่าวจากรถของคู่กรณี หรือบริษัทประกันภัยของคู่กรณี (ขึ้นอยู่กับว่าคู่กรณีมีประกันภัยหรือไม่นะครับ) กรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด ลักษณะดังกล่าวจะเข้าข้อยกเว้นที่บริษัทประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นของรถเรา แต่บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินให้เฉพาะของคู่กรณีเท่านั้น แต่ในกรณีที่ใบขับขี่ขาดต่ออายุ หรือหาย ประกันภัยยังคงให้ความคุ้มครองตามปกติ เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถในการขับขี่รถยนต์แล้ว โดยต้องแสดงหลักฐานได้ว่ามีใบขับขี่จริง อย่างไรก็ตามโปรประกันแนะว่าไม่ควรปล่อยให้ใบขับขี่ขาดต่ออายุนะครับ เพราะขั้นตอนการต่ออายุใบขับขี่ที่ขาดต่อเกินกำหนด มีความยุ่งยาก และต้องเสียเวลามากเลยล่ะครับ รู้แบบนี้แล้วหากมีใบขับขี่ก็ควรพกติดตัวทุกครั้ง รวมถึงควรทำประกันภัยรถยนต์ติดรถไว้ด้วยนะครับ เพื่อจะช่วยบรรเทาและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุได้

กลับจากเดินทางไกล อย่าลืม!เช็กสภาพรถ

กลับจากเดินทางไกล อย่าลืม!เช็กสภาพรถ เพื่อนๆ ที่เพิ่งกลับจากการเดินทางในช่วงวันหยุดยาว นอกจากนำรถไปล้างแล้ว อย่าลืมตรวจเช็กสภาพรถกันด้วยนะครับ โดยจุดที่สำคัญได้แก่ 1. ระบบเบรก ควรเช็กผ้าเบรกและจานเบรก ว่าเกิดความเสียหายหรือสึกหรอหรือไม่ 2. ช่วงล่าง ยาง และลมยาง หากมีความผิดปกติ หรือยางมีความเสียหายควรเปลี่ยนทันที นอกจากนั้นยังควรตรวจสอบด้วยการฟังดูว่ามีเสียงผิดปกติขณะขับผ่านทางขรุขระหรือไม่ 3. ระบบน้ำหล่อเย็น และน้ำมันเครื่อง การวิ่งทางไกลอาจทำให้น้ำในระบบหล่อเย็นลดลง ควรเติมน้ำให้อยู่ในระดับปกติ ส่วนน้ำมันเครื่องหากครบระยะควรเปลี่ยนถ่ายทันทีครับ 4. ระบบทำความเย็น ขับรถไปต่างจังหวัด อาจมีเศษใบไม้ปลิวเข้ามาติดในตู้แอร์ ควรตรวจเช็กและล้าง เพื่อยืดอายุการใช้งานแอร์ อย่าลืมว่าหลังจากนี้เรายังคงต้องใช้รถยนต์กันอยู่ทุกวัน การตรวจเช็กเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดปัญหาในระหว่างการใช้งาน รวมถึงการตรวจสอบเรื่องประกันภัยรถยนต์ด้วยว่าครบกำหนดแล้วหรือไม่ เนื่องจากหากเกิดอุบัติเหตุประกันภัยจะเข้ามามีบทบาทและรับภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นแทนเรานะครับ

สรุปอุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่ ปี 2561 ตลอด 7 วัน 28 ธ.ค.60 – 3 ม.ค.61

สรุปอุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่ ปี 2561 ตลอด 7 วัน 28 ธ.ค.60 – 3 ม.ค.61 ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนถนน (ศปถ.) ได้สรุปสถิติยอดรวมอุบัติเหตุทางถนน  ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร”  ช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2561 ตลอด 7 วัน ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560 – 3 มกราคม 2561 ดังนี้  มีการเกิดอุบัติเหตุ   รวม 3,841 ครั้ง เสียชีวิตรวม 423 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 4,005 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดอันดับหนึ่งคือ เมาสุรา ร้อยละ 43.66 อันดับรองลงมาคือ ขับรถเร็วเกินกำหนดร้อยละ 25.23 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.91 รถปิคอัพ 6.84 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์)…