รถฉุกเฉิน

ทำได้ไม่ยาก 6 แนวทาง การหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉินโดยสพฉ.

เราอาจจะเคยเจอคลิปมีรถพยาบาลฉุกเฉินกำลังเปิดสัญญาณขอทางเพื่อจะนำผู้ป่วยไปส่งที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างทางอาจจะมีรถให้ อีกทั้งขับปาดหน้าและต่อว่าเจ้าหน้าที่อีกด้วย

จริงๆ แล้วการหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉิน ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิดนะครับ โดย นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระบุว่า แนวทางการหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉินในสากลนั้นจะปฏิบัติดังนี้

1.ผู้ขับขี่ควรตั้งสติก่อน เพราะบางทีเมื่อเห็นสัญญาณไฟ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนก็มักจะตกใจและทำอะไรไม่ถูกกัน ดังนั้นเราควรตั้งสติก่อน
2.เมื่อได้ยินเสียงไซเรนก็ให้มองกระจกหลังเพื่อกะระยะของรถพยาบาลที่วิ่งมา
3.เมื่อดูซ้ายดูขวาดีแล้วก็ให้ลดความเร็วรถและเบี่ยงซ้ายเพื่อหลีกทางให้รถพยาบาลทันที ย้ำว่าต้องมองซ้ายมองขวาให้ตัวเองปลอดภัยก่อนนะครับ
4.หากอยู่ในสถานการณ์การจราจรติดขัดหนาแน่นและมีอันตราย ให้หยุดชะลอรถให้นิ่งและให้รถพยาบาลฉุกเฉินหาทางวิ่งผ่านเราไป
5.ห้ามขับตามรถพยาบาลฉุกเฉินเด็ดขาด
6.กรณีรถติดและรถพยาบาลฉุกเฉินอยู่ด้านหลังพอดีให้พิจารณาว่าควรชิดซ้ายหรือชิดขวาดี ถ้าไม่มีใครหลีกทางให้ให้ผู้ขับขี่เลือกว่าจะหลบทางไหนและเปิดไฟเลี้ยว เพื่อให้สัญญาณให้รถพยาบาลฉุกเฉิน ได้แซงผ่านไปได้

รถฉุกเฉิน
และตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 76 เรื่องสิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้รถใช้ถนนเดินเท้า ต่อรถพยาบาลจะต้องหลบและหลีกให้พ้นผิวจราจรทางด้านซ้ายมือทันที เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนหรือเห็นไฟวับวาบ ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามจะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาทด้วย

ในความเป็นจริงแล้วไม่ต้องมีกฎหมายบังคับ แต่ควรเป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจต่อกัน เพราะแน่นอนว่ารถพยาบาลฉุกเฉิน ที่เปิดสัญญาณไซเรนจะต้องมีภารกิจเร่งไปรับหรือส่งผู้ป่วยร้ายแรง หวังจะช่วยเหลือชีวิตให้ทันท่วงทีเพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้นหากเราหลบหลีกให้ได้ก็ควรจะหลบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้รถพยาบาลไปถึงที่หมายได้เร็วยิ่งขึ้นนะครับ

ภาพและข้อมูลจาก :: ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านการแพทย์ฉุกเฉินไทย www.thaiemsinfo.com


น้องกันเอง

บทความนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่ น้องกันเองอยากแชร์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ [email protected] หรือโทร 02-343-1000 (จันทร์-เสาร์ 07.00-21.00 น.)
#ประกันรถยนต์สุดคุ้ม ไม่คุย..ก็ไม่รู้ว่าคุ้ม
แชร์บทความนี้ :


Leave a comment