น้ำมันเครื่อง

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เช็คตามระยะทางการใช้งาน หรือตามเวลาที่ใช้งานรถยนต์

โดยปกติแล้ว เราจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องต่อเมื่อครบระยะตามคู่มือรถ หรือตามอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่อง ซึ่งการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนเมื่อใช้รถยนต์ไปเวลา 6 เดือน หรือใช้งานไป 10,000 กิโลเมตรแล้วแต่อย่างไหนถึงก่อน

การปลี่ยนน้ำมันเครื่อง กรณีใช้งานรถบ่อยเมื่อใช้งานถึงระยะ 10,000 กิโลเมตร ถึงแม้จะยังไม่ถึงระยะเวลา 6 เดือน แต่รถยนต์มีการใช้งานบ่อยจนถึง 10,000 กิโลเมตรก่อนแล้ว ก็ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนะครับ เนื่องจากน้ำมันเครื่องอาจมีสิ่งสกปรกและความหนืดที่สูงขึ้น ส่งผลทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและอาจทำให้สึกหรอได้

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง กรณีรถใช้งานน้อย แต่ครบกำหนด 6 เดือนแล้ว ถึงแม้รถใช้งานยังไม่ถึง 10,000 กิโลเมตร ก็ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเช่นเดียวกัน เพราะสภาพแวดล้อม ความชื้น ทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพตามระยะเวลาการใช้งานได้ครับ

ข้อมูลจาก :: @Pttmotorsport

วิธีการตรวจเช็คปริมาณน้ำมันเครื่องด้วยตนเอง

– หาที่จอดรถให้อยู่ในแนวเรียบเพื่อให้การตรวจเช็คน้ำมันเครื่องได้ผลถูกต้องกว่า
– ให้อุ่นเครื่องยนต์ถึงอุณหภูมิทำงานแล้วค่อยดับเครื่องยนต์
– หลังจากดับเครื่องยนต์สัก 2 -3 นาทีค่อยมาวัดปริมาณน้ำมันเครื่อง
– เปิดฝากระโปรงรถยนต์ดึงก้านน้ำมันเครื่องออก เช็ดน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านวัดออกก่อน
– เช็ดแล้วใช้ก้านวัดอันเดิมใส่กลับเข้าไป และดึงก้านวัดออกมา เพื่อเช็คระดับน้ำมันเครื่องที่ปลายก้านวัด
– น้ำมันเครื่องต้องอยู่ระหว่างขีด “F” และ “L”ถึงจะถือว่าอยู่ในระดับปกติ
– การเติมน้ำมันเครื่อง ควรเติมละน้อยและตรวจดูระดับน้ำมันจากก้านวัด อย่าเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป เพราะเครื่องยนต์อาจเสียหายได้นะครับ

โปรประกันเชื่อว่าหลายท่านมีอู่ซ่อมรถยนต์ที่เป็นเจ้าประจำของตัวเอง ดังนั้นหากไม่มีความชำนาญในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก็ควรนำรถยนต์ไปตรวจเช็คกับช่างตามระยะเวลา หรือตามระยะทางการใช้งาน ตามที่ช่างนัดหมาย เพื่อยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ และเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถของตัวเราเองด้วยนะครับผม

 


น้องกันเอง

บทความนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่ น้องกันเองอยากแชร์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ,
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ [email protected] หรือโทร 02-343-1000 (จันทร์-เสาร์ 07.00-21.00 น.)
#ประกันรถยนต์สุดคุ้ม ไม่คุย..ก็ไม่รู้ว่าคุ้ม
แชร์บทความนี้ :


Leave a comment