Facebook Content 15-16-04
เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ก็ถึงเวลาต่ออายุบางคนอาจยังไม่รู้ว่าจะทำที่ไหน ซึ่งในปัจจุบันมีช่องทางสำหรับการต่อประกันรถยนต์ค่อนข้างหลากหลาย รวมถึงตัวเลือกในการทำประกันก็เยอะแยะ มากมาย แตกต่างจากแต่ก่อนที่มีตัวเลือกค่อนข้างน้อย จะมีอยู่ไม่กี่ช่องทาง หลักๆคือการ ต่อประกันทางโทรศัพท์ ที่เราเรียกกันว่า telesales (เจ้าหน้าที่ขายทางโทรศัพท์) ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการต่อประกันภัยรถยนต์เลยก็ว่าได้ แต่ในทางกลับกันบางคนก็คงจะไม่สะดวกในการคุยทางโทรศัพท์เพราะกลัวโดนหลอก ไม่กล้าจ่ายเงิน เพราะไม่สามารถพิสูจน์ตัวตนของบริษัทหรือตัวแทนที่กำลังคุยอยู่ได้ ลองลงมาบางคนก็เลือกไปต่อที่บริษัทประกันโดยตรงหรือสำนักงานตัวแทนแต่ละอำเภอหรือแต่ละจังหวัด วันนี้โปรประกันมีช่องทางในการทำประกันภัยมาแนะนำ เผื่อเป็นตัวเลือกให้กับคนที่กำลังมองหาอยู่ ไปดูกันเลยค่ะ

 

1. “ ทางโทรศัพท์ (Telesales) ” อย่างที่ได้เกริ่นมาในช่วงต้นว่าการต่อประกันทางโทรศัพท์เป็นช่องทางหลักในการต่อประกันตั้งแต่ช่วงก่อนจนถึงปัจจุบัน นอกจากความสะดวกในเรื่องเอกสารที่ไม่ต้องดำเนินการเองแล้ว ยังง่ายแก่การตัดสินใจเพราะเราสามารถขอให้เจ้าหน้าที่เช็คเบี้ยและความคุ้มครองของบริษัทประกันที่ต้องการในช่วงเวลานั้นหลายๆที่ อีกทั้งยังไม่ต้องต้องเดินทางมาที่สาขาของประกันด้วยตนเอง ซึ่งช่องทางดังกล่าวนี้ก็มีหลากหลายบริษัท หรือ ตัวแทน ที่จะติดต่อมาเสนอขายประกันภัยรถยนต์ยกตัวอย่าง เช่น

  • บริษัทประกันภัย ⇒ ถ้าเราเคยทำประกันผ่านสาขาของบริษัทประกันภัยมาก่อนช่วงครบรอบการต่อประกันทางเจ้าหน้าที่สาขาจะมีการติดต่อลูกค้าเพื่อเสนอเบี้ยประกันในปีต่ออายุ ลูกค้าแทบจะไม่ต้องเตรียมเอกสารใดๆที่จะใช้อ้างอิงในการทำประกันเลย และที่สำคัญทางประกันจะมีข้อมูลรถเมื่อปีก่อนอยู่แล้ว ลูกค้าสามารถยืนยันการทำประกันทางโทรศัพท์ และ ชำระค่าเบี้ยประกันผ่านช่องทางที่สะดวกได้เลย อาทิเช่น เงินสด,บัตรเครดิต, โอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทประกันโดยตรง หรือ สามารถชำระผ่าน Messenger ได้เลย ซึ่งวิธีดังกล่าวจะสร้างความมั่นใจ และ ปลอดภัยให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะได้สอบถามรายละเอียดโดยตรง และ มีที่อยู่ชัดเจน เวลามีปัญหาเรื่องการซ่อม การเคลมก็สามารถเข้าไปติดต่อประสานงานที่บริษัทประกันภัยได้เลย ถือว่าครบจบในที่เดียวค่ะ
  • ตัวแทน หรือ นายหน้าประกันภัย (โบรคเกอร์ ) ⇒ ถ้าพูดถึงตัวแทนตอบได้เลยว่ามีหลายช่องทางมาก บางท่านอาจมีญาติ หรือ เพื่อนที่เป็นตัวแทนประกันอยู่แล้ว ซึ่งบางคนอาจจะทำผ่านนายหน้าประกันภัยซึ่งก็มีหลายบริษัท และ ทุกคนอาจสงสัยว่าบริษัทที่เป็นนายหน้าประกันภัยคืออะไร จริงๆแล้วนายหน้าประกันภัยคือบริษัทที่นำเบี้ยแต่ละบริษัทประกันมาเสนอขายแก่ลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ามีช่องทางเลือกที่หลากหลาย โดยจะมีการเปรียบเทียบราคาของแต่ละที่ อีกทั้งยังสามารถเลือกเงื่อนไขการรับบริการได้ แตกต่างจากที่ต่อที่บริษัทประกันภัยโดยตรงเพราะ มีช่องทางเลือกแค่บริษัทเดียว อย่างไรก็ตามช่องทางเหล่านี้ก็ต้องระมัดระวังเรื่องของกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างว่าเป็นบริษัทประกันหรืออ้างว่ามาจากศูนย์ที่เราออกรถ เพราะสิ่งนี้คือการสวมรอยนั่นเองส่วนใหญ่จะติดต่อมาเพื่อให้เราทำประกัน และ ขอเก็บเงินก่อนวันที่ประกันภัยหมด หรือ พยายามจะให้เราชำระเงินผ่านการโอนเงิน ตัดบัตรเครดิต หรือ มี Messenger มาเก็บเงินซึ่งบางครั้งเราคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อมาจากศูนย์ที่เราออกรถ หรือ บริษัทประกันภัยโดยตรงจึงเผลอตกลงทำประกันไปโดยไม่ได้ตรวจสอบก่อนให้ดีก่อน ดังนั้นเราควรศึกษาข้อมูล ตรวจสอบเอกสารก่อนที่จะมีการตกลงทำประกัน ส่วนวิธีตรวจสอบว่าตัวแทน นายหน้า มีใบอนุญาตทุกคนหรือไม่ เราสามารถขอหมายเลขใบอนุญาตเพื่อไปเช็คในเว็บไซต์ของ คปภ.ได้ หรือ สามารถโทรไปเช็คที่ตัวแทนอ้างถึง เช่น หากแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์ที่เราออกรถ ลูกค้าจะสามารถติดต่อศูนย์บริการเพื่อสอบถามได้เลยว่ามีบุคคลชื่อ-นามสกุลนี้หรือไม่ที่มาเสนอขายประกันให้กับเรา เท่านี้ก็จะทราบแล้วว่าบุคคลคนนั้นเป็นคนที่ติดต่อมาจากศูนย์ หรือ บริษัทประกันภัยค่ะ
  • บริษัทบัตรเครดิต ⇒ ทุกท่านคงเคยได้รับการติดต่อจากบริษัทบัตรเครดิตที่เราเคยทำธุรกรรมไว้ ติดต่อมาเพื่อเสนอขายประกันภัยหลายประเภทซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือประกันภัยรถยนต์ ซึ่งทางบริษัทบัตรเครดิตจะมีการนำเสนอในรูปแบบการผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันภัยผ่านบัตรเครดิตที่ท่านถืออยู่ซึ่งค่อนข้างจะสะดวกสำหรับลูกค้าเพราะมีข้อมูลอยู่แล้วเมื่อเราตอบตกลงหลังจากการนำเสนอขายทางบริษัทบัตรเครดิตของท่านจะดำเนินการตัดยอดเงินตามรอบบิลที่ได้ตกลงกัน แต่ช่องทางนี้ก็มีความเสี่ยงสูงเหมือนกันเพราะเราจะไม่เห็นเอกสาร ไม่เห็นความคุ้มครองมีเพียงแค่การนำเสนอทางโทรศัพท์เท่านั้นและอาจจะมีบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมไม่กี่แห่งที่จะเน้นการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต ส่วนส่วนใหญ่วิธีนี้ลูกค้าจะรู้สึกว่าเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสะดวกกับลูกค้าอีกเช่นกัน แต่ก่อนที่จะมีการดำเนินการยืนยันผ่านทางโทรศัพท์ให้ตัดบัตรเครดิตเราควรตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาตเบอร์ที่บริษัทบัตรเครดิตโทรเข้ามาและขอเอกสารใบเสนอราคาก่อนที่จะมีการยืนยันอย่าพึ่งด่วนตัดสินใจถ้าข้อมูลนั้นยังไม่ชัดเจนค่ะ
  • ศูนย์ผู้แทนจำหน่าย ⇒ ส่วนใหญ่ศูนย์ผู้แทนจำหน่ายจะมีบริการหลังการขายให้กับลูกค้าที่ออกรถมา หนึ่งในนั้นก็คือการต่ออายุประกันภัย ซึ่งการทำประกันภัยในปีแรกเราอาจจะได้ข้อเสนอฟรีประกันชั้นหนึ่งจากทางศูนย์รถและในปีต่ออายุที่ใกล้จะครบกำหนดทางเซลล์ที่ดูแลตอนเราออกรถจะมีการติดต่อมาให้ต่ออายุประกันภัย หรือ บางศูนย์อาจจะมีแผนกประกันภัยดูแลเป็นสัดส่วนซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ให้บริการโทรติดต่อให้ลูกค้าต่ออายุเช่นกันซึ่งช่องทางนี้ลูกค้าก็จะได้รับความมั่นใจเพราะมาจากศูนย์รถที่เราออกอยู่แล้วและเป็นเซลล์ที่ดูแลเราเรื่องการออกรถที่สำคัญเลยคือบริษัทประกันที่นำเสนอสามารถเข้าซ่อมศูนย์ที่เราออกรถได้เพราะบริษัทที่ศูนย์รถนำเสนอจะเป็นบริษัทประกันที่เป็นคู่สัญญา กับทางศูนย์รถอยู่แล้วหากลูกค้าใช้บริการศูนย์อยู่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็นการเช็คระยะ หรือ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็ง่ายแก่การตัดสินใจ แต่เราต้องเช็คให้ดีว่าเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อมายังเป็นเซลล์อยู่ที่ศูนย์รถหรือเป็นเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อมาเรื่องอื่นนอกเหนือจากประกันภัยรถยนต์เพื่อป้องกันมิชฉาชีพหรือบุคคลแอบอ้าง และ มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับความคุ้มครองนะคะ

 

2. “ ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อ (ไฟแนนซ์) ” ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อจะมีบริการต่อประกันภัยให้กับลูกค้าเช่าซื้อด้วยซึ่งอาจจะเป็นที่เดิมตั้งแต่ออกรถแล้วไฟแนนซ์เป็นผู้ดูแลประกันรถยนต์ตั้งแต่ป้ายแดงก็ได้ก็จะมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเช่าซื้อเช่น การผ่อนชำระพร้อมกับค่างวดรถยนต์, การชำระงวดเดียว และ ส่วนลดของลูกค้าเช่าซื้ออื่นๆเพิ่มเติมซึ่ง การต่อผ่านไฟแนนซ์จะค่อนข้างสะดวกสบายเพราะทางไฟแนนซ์มีข้อมูลของรถยนต์เราอยู่แล้วบางทีแทบจะไม่ต้องตรวจรถเลยก็ได้ในการทำประกันภัย หรือ ต้องเตรียมเอกสารอะไรให้ยุ่งยาก สามารถดำเนินการผ่านทางไฟแนนซ์ได้เลยค่ะ

 

3. “ Website ” เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากคุยผ่านคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ต้องการคุยกับคนแปลกหน้าก็สามารถซื้อผ่านเว็บไซต์ได้ โดยจะมีลักษณะการขายกับบริษัทนายหน้าตัวแทนที่โทรมาขายซึ่งเว็บไซต์เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่นายหน้าหรือโบรคเกอร์ใช้ในการบริการเรื่องประกันภัย ข้อดีของเว็บไซต์คือเราสามารถเลือกบริษัทประกัน, รูปแบบ หรือ เงื่อนไขประกันภัยที่เราต้องการได้ และ สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองซึ่งบางเว็บไซต์ก็จะมีลิ้งค์ให้ลูกค้าเลือกกดแบรนด์รถ หรือ ข้อมูลที่ต้องการเช็คเบี้ยประกันจากนั้นจะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ หรือ มีเจ้าหน้าที่เป็นคนตอบแชทสนทนากับเราซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการคุยกับ Call center แต่ก็ต้องมีการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องการคนมาตอบ โดยการขายประกันผ่านเว็บไซต์มีอยู่แพร่หลาย ดังนั้นเราควรตรวจสอบว่าเว็บไซต์ที่ต้องการทำประกันมีความน่าเชื่อถือ หรือ อยู่ภายใต้บริษัทอะไร อีกทั้งเป็นที่รู้จักหรือไม่ เพราะบางทีการที่ไม่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่อาจทำให้เราขาดความเชื่อมั่นก็ได้ เหมือนการต่อผ่านทุกช่องทางที่ต้องมีการเช็คว่าตัวแทนนายหน้านั้นมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่เพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง หากเราสนใจต่อประกันผ่านเว็บไซต์ก็ต้องเลือกเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ และ มีตัวตนที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยนะคะ

 

ทุกช่องทางที่โปรประกันนำมาแชร์ข้อมูลเป็นแค่ส่วนหนึ่งของช่องทางการต่อประกันภัยเท่านั้นซึ่งทุกช่องทางล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสียซึ่งแตกต่างกับสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงคือการเลือกซื้อประกันภัยในช่องทางที่เราเช็คแล้วว่าปลอดภัยมีตัวตนและสามารถติดต่อได้ อีกทั้งเงื่อนไขที่แต่ละช่องทางนำเสนอเราต้องตรวจสอบให้ดีว่ามีเงื่อนไขอะไรแอบแฝงหรือไม่ เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยถูกมาก, มีติดค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่, ระบุชื่อหรือเปล่า หรือ การจัดซ่อมเป็นห้างหรืออู่ ทุกครั้งก่อนการตัดสินใจเราต้องเช็คข้อมูลพรุ่งนี้ให้ถี่ถ้วนหรือมีที่ปรึกษาที่ดีน่าเชื่อถือและไม่จงใจยัดเยียดการขายจนเกินไป ให้เราได้ตัดสินใจ เพราะตัวแทนที่ดีจะต้องไม่บังคับลูกค้า หรือ มัดมือชกควรเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำแม้ว่าลูกค้าจะยังไม่ต่อกับเราก็ตาม อยากให้ทุกท่านที่กำลังจะต่อประกันภัยสามารถดูข้อมูลผ่านเว็บไซต์โปรประกันได้ หรือ สามารถดูบทความที่เกี่ยวกับประกันภัยเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทำประกันภัยสักฉบับค่ะ

น้องกันเอง

บทความนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่ ประกันรถยนต์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ [email protected] หรือโทร 02-343-1000 (จันทร์-เสาร์ 07.00-21.00 น.)
#ประกันรถยนต์สุดคุ้ม ไม่คุย..ก็ไม่รู้ว่าคุ้ม
แชร์บทความนี้ :