Facebook Content 18-19-03
•» จากเรื่องราวที่เป็นข่าวดังบนจอทีวี หรือ ตามสื่อออนไลน์ที่ทุกคนต้องเคยผ่านตามาแล้วคือกรณี นักแสดง และ อดีตดาราเด็กชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุระหว่างฝนตกขับรถชนต้นไม้เสียชีวิต หรือ แม้แต่เคสล่าสุดที่รถกระบะโตโยต้าขับอยู่อีกฟากของถนนแต่ไม่กี่เสี้ยววินาที รถก็มีอาการเหินน้ำพุ่งข้ามเลนมาชน รถมิตซูบิชิปาเจโร่ส่งผลทำให้มีผู้บาดเจ็บ และ เสียชีวิตในเวลาต่อมาซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวนี้ล้วนเป็นสาเหตุมากจากฝนตกถนนลื่น และ มีน้ำขังอยู่บนถนนเมื่อขับรถด้วยความเร็วจะมีอาการ “เหินน้ำ” โดยเจ้าอาการดังกล่าวเป็นประเด็นในวันนี้ที่ทางโปรประกันอยากแชร์ข้อมูลให้ทางผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านได้ทราบเพื่อจะได้หลีกเลี่ยง และ ลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น โดยข้อมูลจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ…

 

อาการเหินน้ำ หรือ ศัพท์ทางการที่เรียกกันว่า ไฮโดรเพลน  เป็นอาการที่ล้อรถยนต์ลอยขึ้นจากพื้นถนนในบริเวณที่เจอน้ำขัง และ บริเวณดังกล่าวก็เปรียบเสมือนฟิล์มชั้นนึงที่เคลือบพื้นถนนเอาไว้เวลาที่รถวิ่งด้วยความเร็วจะทำให้เสียการทรงตัวหมุนลอยเคว้งตามข่าวที่เราเห็น ซึ่งอาการดังกล่าวนี้เกิดจากน้ำเข้าไปแทรกระหว่างยางและผิวหน้ายางไม่ได้สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง ถ้าเป็นยางใหม่ที่มีดอกยางเต็มอยู่ก็คงไม่เป็นปัญหาเท่าไรนักหากใช้ความเร็วต่ำ แต่บางคันก็สมควรที่จะเปลี่ยนแต่เจ้าของรถยังทนฝืนใช้ซึ่งความลึกของดอกยางนั้นโล้นไปหมดแล้วไม่มีประสิทธิภาพในการขับขี่หรือรีดน้ำหลงเหลืออยู่เลย อาการเหินน้ำถูกจัดว่าเป็นอุบัติเหตุที่อันตรายที่สุดในช่วงฤดูฝน เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีแต่ก็มากพอที่จะทำให้ผู้ใช้รถอย่างเราสูญเสียการควบคุมรถได้ ทางโปรประกันจึงได้วิเคราะห์ออกมาแล้วว่าปัจจัยหลักของการเกิดเหตุการณ์แบบนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ข้อ ได้แก่

 

  • “ ล้อแม็กซ์และยางรถยนต์ ” คือปัจจัยแรกของการเกิดอุบัติเหตุเลยก็เป็นได้ เพราะล้อของแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อมีรูปทรง หรือ ขนาดที่แตกต่างกันออกไปซึ่งถ้าเป็นจำพวกล้อแต่งตามร้านประดับยนต์ทั่วไปมิใช่ล้อเดิมจากโรงงาน ขนาดความกว้างและความยาวจะไม่ได้ตรงตามมาตราฐานของรถรุ่นนั้น ส่วนในเรื่องของยางก็ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้ออีกเช่นกัน เนื่องจากโจทย์ของการใช้งานในแต่ละคนไม่เหมือนกันบางยี่ห้อก็ผลิตออกมาให้ความลึกของดอกยางมีความหนาและมีประสิทธิภาพในการรีดน้ำสูง กลับกันบางยี่ห้อเลือกที่จะผลิตออกมาเอาใจนักแต่งรถ โดยรูปแบบจะเป็นลักษณะเรียบๆดอกยางไม่เยอะมากขอบบางๆ ซึ่งโอกาสที่จะเกิดอาการเหินน้ำจะมีค่อนข้างสูง

 

  • “ ความเร็วของการใช้รถ” ถือว่าเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญในการเกิดอุบัติเหตุเลยนะคะ เนื่องจากชั้นของน้ำที่ขังอยู่บนพื้นถนนจะทำให้ยางรถยนต์เหินขึ้นลอยอยู่บนน้ำยิ่งเราใช้ความเร็วมากเท่าไรโอกาสที่ยางจะรีดน้ำได้ทันก็จะยิ่งน้อยลงส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุในที่สุด

 

  • “ น้ำหนักของรถยนต์ ” คือปัจจัยที่รองลงมาซึ่งถ้าเราบรรทุกสิ่งของ หรือ คนในรถเกินกว่ารถรุ่นนั้นจะรับไหวก็มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเช่นกัน ยิ่งถ้ารถน้ำหนักมาก แรงเฉื่อยก็จะยิ่งมากตามนะคะ

 

  • “ พื้นผิวถนน ” เป็นปัจจัยสุดท้ายที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุเช่นกัน เพราะถนนของบ้านเรามีทั้งคอนกรีต และ ยางมะตอย ถ้าเป็นคอนกรีตโอกาสที่จะเกิดเหตุมีมากกว่าเนื่องจากพื้นผิวของคอนกรีตเป็นลักษณะเรียบและมีรูเวลาฝนตกจะเกิดน้ำขังส่วนยางมะตอยจะมีลักษณะยืดหยุ่นกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเชื่อมประสานของยางมะตอยนั้นๆด้วยค่ะ

 

    นอกจากปัจจัยทั้ง 4 ที่กล่าวมาแล้วทางโปรประกันขอเพิ่มวิธีปฏิบัติหากเจอสถานการณ์แบบนี้มาฝาก จะมีวิธีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

  1. ) ควบคุมพวงมาลัยด้วย 2 มือ และ ไม่ควรใช้ความเร็วเกิน 80 กม./ชม.

 

  1. ) รักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้า และ พยายามไม่เหยีบเบรคกระทันหัน เพราะจะทำให้รถ เกิดอาการสะบัดสูญเสียการทรงตัว

 

  1. ) หลีกเลี่ยงถนน,ช่องทางจราจรที่เป็นน้ำขัง หรือ เป็นหลุมเป็นบ่อ เพราะจะทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเหินน้ำมีค่อนข้างสูง

 

  1. ) ตรวจสอบยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อจะได้มั่นใจว่าดอกยางยังอยู่ในสภาพใช้งานได้อยู่

 

  1. ) ลมยางควรเติมตามมาตราฐานคู่มือใช้รถกำหนดไว้ ไม่ควรเติมแข็งหรืออ่อนไปเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการเหินน้ำได้อีกเช่นกัน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับข้อมูลที่โปรประกันนำมาฝากในวันนี้ หวังว่าจะทำให้ทุกท่านมีความรู้เรื่องอาการเหินน้ำ หรือ ไฮโดรเพลน อีกทั้งสาเหตุและหลักวิธีปฏิบัติเมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิด แค่เรามีสติ และ รู้จักวิธีการป้องกัน ที่สำคัญต้องปฏิบัติตามกฎจราจรด้วยนะคะ ส่วนในครั้งหน้าจะเป็นเรื่องราวอะไรน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนรอติดตามกันนะคะ
#เช็ครถก่อนสตาร์ท จะได้ไม่พลาดเมื่อเกิดเหตุนะคะ

น้องกันเอง

บทความนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่ น้องกันเองอยากแชร์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ [email protected] หรือโทร 02-343-1000 (จันทร์-เสาร์ 07.00-21.00 น.)
#ประกันรถยนต์สุดคุ้ม ไม่คุย..ก็ไม่รู้ว่าคุ้ม
แชร์บทความนี้ :