การใช้ไฟจราจร

สิ่งที่ควรรู้ เกี่ยวกับการใช้สัญญาณไฟจราจรและการใช้สัญญาณไฟกระพริบจากรถคันอื่นให้ถูกต้อง และเหมาะกับสถานการณ์

ไฟจราจร

บ่อยครั้งที่เราได้ยินหรือได้เห็นการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่เกี่ยวกับการเลี้ยว เปลี่ยนเลนส์ หรือมากจากสาเหตุอื่นๆ ที่เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามหรือไม่เข้าใจถึงสัญญาณไฟจราจร จนทำให้รถเกิดอุบัติเหตุขึ้น เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถบนท้องถนนนั้น วันนี้น้องกันเองจะพามาดูและศึกษาสัญญาณไฟจราจร และสัญญาณไฟกะพริบจากรถคันอื่น ว่าต้องปฏิบัติแบบไหน ถึงจะถูกต้องและปลอดภัยค่ะ

ความหมายไฟจราจร

ความหมายของสัญญาณไฟจราจร หมายถึงอะไรกันบ้าง

  • สัญญาณไฟสีแดง หมายถึง ให้หยุดรถ
  • สัญญาณไฟสีเหลืองอำพัน หมายถึง ให้เตรียมหยุดรถ
  • สัญญาณไฟสีเขียว หมายถึง อนุญาตให้ขับรถต่อไปได้

เมื่อเจอสัญญาณไฟจราจรกระพริบ หมายถึงอะไร

    • ไฟกะพริบสีแดง แสดงว่าผู้ขับรถอยู่ทางโท ต้องหยุดรถก่อน รอจนปลอดภัยแล้วจึงไปต่อได้
    • ไฟกะพริบสีเหลือง แสดงว่าผู้ขับรถอยู่ทางเอก ให้ชะลอความเร็ว เมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงไปต่อ
    • สัญญาณไฟสีแดง หมายถึง ให้หยุดรถ
    • สัญญาณไฟสีเหลืองอำพัน หมายถึง ให้เตรียมหยุดรถ
    • สัญญาณไฟสีเขียว หมายถึง อนุญาตให้ขับรถผ่านไปได้

สัญญาณไฟกะพริบจากรถคันอื่น แปลว่าอะไร

– รถเปิดกะพริบไฟเลี้ยวซ้ายทีขวาที

หากพบเห็นรถคันหน้าเปิดไฟเลี้ยวซ้ายทีขวาทีสลับไปมาอย่างรวดเร็ว หรือเปิดไฟฉุกเฉินขณะวิ่งบนทางตรง แสดงว่าด้านหน้ามีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นอาจจะต้องเบรกกะทันหัน ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและลดความเร็วเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุตามมาค่ะ

– รถเปิดไฟสูงขณะสวนทาง

หากพบสัญญาณไฟสูงจากรถบรรทุก รถตู้มูลนิธิ หรือรถพยาบาล (ให้ linkไป https://www.proprakan.com/การหลีกทางให้รถพยาบาล/) ขณะวิ่งรถสวนทาง เป็นการบอกว่ามีด่านตรวจอยู่ข้างหน้า ให้เราเตรียมพร้อม หรืออาจมีเหตุฉุกเฉิน ดังนั้นเราต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง

– รถเปิดไฟเลี้ยวขวาก่อนเราจะแซง

เมื่อเราต้องการจะแซงรถคันหน้า อาจจะพบได้ว่ารถคันหน้ามีการเปิดไฟเลี้ยวขวาไม่ให้เราขึ้นแซง ซึ่งส่วนใหญ่อาจจะพบได้จากรถบรรทุก นั่นหมายความว่า เรายังขึ้นแซงไม่ได้ หากแซงขึ้นไป อาจจะยังไม่ปลอดภัยค่ะ

– รถเปิดไฟเลี้ยวซ้ายก่อนเราจะแซง

หากเราต้องการขึ้นแซงรถคันหน้า ถ้ารถคันหน้าเปิดไฟเลี้ยวซ้าย พร้อมกับเบี่ยงรถหลบซ้ายให้ด้วย นั่นหมายความว่า เราสามารถขึ้นแซงได้ค่ะ ทั้งนี้อย่าลืมขอบคุณผู้ร่วมทางที่หลบทางให้เราขึ้นแซงด้วยนะคะ โดยการบีบแตรสั้นๆ เพื่อเป็นแสดงถึงการขอบคุณด้วยค่ะ

– รถกะพริบไฟสูงเพื่อขอกลับรถ

หากเจอรถที่กำลังจะยูเทิร์นเพื่อกลับรถ แล้วตบไฟสูงใส่ไม่ว่าจะไป 1 ที 2 ที หรือตบไฟถี่ๆ นั้น หมายถึงการขอทางหรือขอพื้นที่ในการกลับรถ ดังนั้นผู้ที่ขับขี่มาจากทางตรงควรชะลอความเร็วและควรหยุดรถด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้รถที่กำลังจะยูเทิร์นกลับรถได้อย่างปลอดภัยค่ะ

– รถเปิดไฟเลี้ยวขวาขณะขับตามหลัง

หากขับรถอยู่ แล้วเจอรถคันหลังที่ตามมาเปิดไฟกระพริบทางด้านขวา นั้นหมายถึงรถคันหลังเราต้องการแซงขึ้น ดังนั้นเราต้องหลบซ้าย เพื่อให้รถคันหลังแซงขึ้นไปได้อย่างปลอดภัย

ไฟฉุกเฉิน

ไฟฉุกเฉินควรใช้ หรือไม่ควรใช้ตอนไหน

ไฟฉุกเฉินรถยนต์ (Hazard Lights) หรือไฟผ่าหมาก คือปุ่มที่อยู่ใกล้กับช่องแอร์บริเวณหน้าคอนโซล เป็นสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมสีแดงอยู่บนปุ่มสีดำ หรือขึ้นอยู่กับรุ่นรถยี่ห้อนั้นว่าทำสีอะไรมา หากต้องการใช้งานเพียงแค่กดปุ่มลงไป แล้วไฟเลี้ยวทั้ง 4 ด้านก็จะกระพริบขึ้นมา และหากต้องการหยุดใช้งาน เพียงแค่กดปุ่มซ้ำอีกครั้งไฟทั้ง 4 ด้านก็จะหยุดทำงานค่ะ

ไฟฉุกเฉินรถยนต์ ควรใช้ตอนไหน ?

      • ควรใช้ตอนที่รถเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวรถได้
      • หรือเมื่อเกิดเหตุการฉุกเฉินต่างๆ เช่น ข้างหน้ารถเกิดอุบัติเหตุ หรือเบรกรถกระทันหัน ก็ควรเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อให้ผู้ร่วมทางให้รับรู้ ว่าต้องระมัดระวังในการขับขี่

ไฟฉุกเฉินรถยนต์ ไม่ควรใช้ตอนไหน ?

      • ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน ในช่วงที่มีฝนตกหรือมีหมอกลง เพราะเป็นการรบกวนสายตาของผู้ร่วมทาง
      • และอีกอย่างหนึ่งคือการขับรถผ่านสี่แยก ก็ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินเช่นกัน เพราะอาจจะทำให้รถคันอื่นเข้าใจผิดว่าคุณจะเลี้ยว และเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ค่ะ
น้องกันเอง

“ รู้กันแบบนี้แล้ว ก็อย่าลืมนำไปใช้กันนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและเพื่อนร่วมท้องถนนเดียวกันค่ะ ทั้งนี้ควรทำประกันรถยนต์ ติดรถได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากเกิดอุบัติเหตุกันด้วยนะคะ” หากสนใจประกันรถยนต์

สามารถปรึกษาสอบถามน้องกันเองได้ตลอดเลยนะคะ น้องกันเองยินดีให้บริการค่ะ โทร.02-343-1000 facebook : facbook/ProPrakan หรืออีกช่องทาง [email protected] นะคะ

Comments are closed.